เอาแล้วไง! คดีพลิกมั้ย ตำรวจเตรียมเปิดหลักฐาน “ครูจอมทรัพย์” ไม่ใช่ครูแพะ เตรียมโชว์หลักฐานเคยจ้างคนมารับสารภาพแทนแบบนี้!!







กลายเป็นคดีที่มีคนติดตามกันอยู่ไม่น้อย กรณีที่มีครูถูกศาลตัดสินในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ภายหลังมีหลักฐานใหม่เชื่อได้ว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิดตัวจริง และมีผู้ที่ขับชนออกมายอมรับผิด จนศาลจังหวัดนครพนมมีคำสั่งไต่สวนคดีนี้อีกครั้งในวันนี้ (16 มกราคม 2560)  

กรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่ จ.นครพนม แต่ภายหลังมีหลักฐานใหม่เชื่อได้ว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิดตัวจริง จนศาลจังหวัดนครพนมมีคำสั่งไต่สวนคดีนี้อีกครั้ง

ล่าสุดทางสำนักข่าวไทยพีบีเอสได้รับข้อมูลจากตำรวจชุดสอบสวนว่า นางจอมทรัพย์ ว่าจ้างบุคคลให้มารับสารภาพแทนเพื่อเรียกเงินเยียวยา โดยตำรวจมีพยานปากสำคัญคือ ผู้ชายคนหนึ่งที่นางจอมทรัพย์ต้องการว่าจ้างให้รับสารภาพแทน แต่เมื่อนางจอมทรัพย์ทราบภายหลังว่าพยานคนนี้ขับรถไม่เป็น จึงไม่ได้ว่าจ้าง

มีรายงานว่า พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเข้ามาติดตามคดีนี้และเตรียมรวบรวมข้อมูลจากตำรวจในพื้นที่ก่อนจะแถลงตอบโต้ว่า นางจอมทรัพย์ คือผู้กระทำผิดตัวจริง ขณะที่ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามคดีด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้นางจอมทรัพย์ได้ให้สัมภาษณ์ในรายตอบโจทย์ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2560 ว่าคนขับรถตัวจริงได้ยินยอมสารภาพแล้ว และวันเกิดเหตุเธออยู่ที่บ้านกับครอบครัว

นางจอมทรัพย์กล่าวด้วยว่าเพื่อนได้ไปเกลี้ยกล่อมและคุยกับคนขับรถว่าเคยขับรถชนคนตายไหม ซึ่งคนขับรถก็เล่าให้ฟัง โดยมีการอัดคลิปและถ่ายภาพไว้ด้วย

ขณะที่เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.2560) เฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โพสต์ข้อความว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้เป็น “แพะรับบาป” ในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต และคดีนี้มีเบื้องหลังที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นขบวนการ”

” นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยืนยันกับว่าตำรวจมีหลักฐานที่สามารถทำให้สังคมเห็นว่านางจอมทรัพย์ไม่ใช่แพะ พร้อมกับกล่าวหานางจอมทรัพย์ว่าต้องการทำลายขบวนการยุติธรรมและทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการหลายคน

นายอัจฉริยะระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลผ่านทางเฟสบุ๊กอย่างละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้พร้อมระบุหากข้อมูลที่จะเปิดเผยไม่เป็นความจริง ยินดีให้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้”




ที่มา thaipbs